เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
คราวนี้มาเป็นฟิกอีกแล้วค่ะ มันเพ้อมากกกกก  กรุณาทำใจก่อนอ่าน 555
 
แขกรับเชิญ
 
 
 
 
 
- INSTINCT -
 
 
 
 
เซอร์เซสคว้าลูกโป่งมามองอย่างเซ็ง ๆ

ลูกโป่งสีลูกกวาดแบบที่เด็ก ๆ ชอบเรียกร้องให้พ่อแม่ซื้อให้นั่นแหละ  ลูกโป่งสวรรค์ที่อัดก๊าซฮีเลียมให้มันลอยตุ๊บป่อง ๆ ไปบนฟ้า 

ตอนนี้ไอ้ลูกโป่งแบบที่ว่านั่นผูกอยู่กับข้อมือซ้ายของเขา

และเขาก็ต้องปกป้องลูกโป่งนี่  พร้อม ๆ กับหาทางใช้ดาบแทงลูกโป่งของคนอื่น...

แค่คิดก็อยากจะบ้า

สำหรับคนที่ใช้ดาบทั้งสองมืออย่างเขา  การมีลูกโป่งมาผูกที่แขนมันน่ารำคาญขนาดไหนขอไม่อธิบายดีกว่า

เขาได้ยินเสียงตัวเองถอนหายใจเฮือกใหญ่  แล้วก็มือของเขาเองอีกเหมือนกันที่กดลงไปบนปมคิ้วที่ขมวดแน่นของตัวเอง หวังให้มันคลายตัวลงบ้าง  อย่างที่เขามักทำบ่อย ๆ กับใครคนหนึ่งที่ชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา

...จริงสิ

เซอร์เซสมองออกไปนอกหน้าต่าง  คำนวนตารางเวลาของใครคนหนึ่ง ก่อนจะโหนตัวเองออกจากหน้าต่าง เอื้อมมือไปคว้ากิ่งไม้แล้วทิ้งตัวลงยังกิ่งที่อยู่ข้างล่างถัดไปอย่างรวดเร็ว  สองเท้าพยายามวิ่งตามหัวใจที่นำลิ่วออกไปไกล ไปยังที่ที่คนคนนั้นอยู่

----------------------------------------------------------------------------

ภายในอาณาบริเวณอันกว้างขวางของโรงเรียนพระราชา ณ มุม ๆ หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากอาณาเขตของปราการปราชญ์ มีสวนเล็ก ๆ ซ่อนอยู่  สวนที่เพียงเมื่อก้าวเข้าไปในเวิ้งพฤกษาก็ราวกับหลุดไปยังสวนของเหล่าภูติพราย  พืชพันธุ์ที่เปล่งประกายด้วยการดูแลอาใจใส่ ความเงียบสงบราวกับถูกหยุดเวลาไว้  และสายลมเฉื่อยแผ่วที่ลูบไล้ผิวกายอย่างอ่อนโยน

นักจัดสวนผู้วิสาสะเอาพื้นที่โรงเรียนมาจัดสวนส่วนตัวให้ตัวเองคนนั้นนั่งอ่านหนังสือปกแข็งเล่มใหญ่อยู่ใต้เงาไม้อย่างสงบ  เหมือนกับทุกครั้งที่เขาเคยเห็น  หลายครั้งที่เขามาที่นี่  เขาจะหยุดมองนักจัดสวนคนนั้นอยู่ห่าง ๆ นิ่งนาน  มองใบหน้าสงบงามดุจรูปสลักหินอ่อน  มองเส้นผมสีเงินที่ขยับไหวยามต้องสายลมแผ่วเป็นประกายระยับ ที่เขาเลยบอกกับเจ้าตัวไปว่า เวลาต้องแสงอาทิตย์ก็ราวกับจะเปล่งแสงได้ น่ะ  เขาไม่ได้แค่จะล้อเล่นหรอกนะ  บางครั้ง  หากเขาโชคดี  ริมฝีปากที่มักจะโค้งลงอย่างขุ่นเคืองหรือเม้มแน่นเป็นเส้นตรงด้วยความขัดใจ(เวลาเจอเขา)จะคลี่ออกเป็นรอยยิ้มซึ่งมักทำให้หัวใจของเขาเต้นด้วยจังหวะที่ผิดแปลกไป

วันนี้เซอร์เซสไม่ได้หยุดดูอยู่เงียบ ๆ ใต้เงาไม้  เขาสาวเท้าตรงไปหานักจัดสวนอย่างรวดเร็ว

"เรียกดาบของคุณออกมาครับคุณเนอาร์"

เขาเห็นคิ้วสีเงินขมวดเป็นปมเพราะถูกขัดจังหวะในเวลาส่วนตัว  และยิ่งเห็นคิ้วผูกเป็นโบยิ่งขึ้นเมื่อคนคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นผู้บุกรุกว่าเป็นเขา

คุณเนอาร์ไม่เคยดีใจเวลาได้เห็นเขาอยู่แล้ว

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงมองมานิ่ง ๆ เขาจึงเอ่ยซ้ำอีกครั้ง

"เรียกดาบของคุณออกมาครับคุณเนอาร์"

ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงอย่างประเมิน

"ทำไมฉันต้องทำตามที่นายบอก"

"เพราะผมกำลังจะเอาคะแนนการบ้านวิชาดาบมาให้คุณยังไงล่ะครับ"

เขาเห็นแล้ว ลูกโป่งของเนอาร์ไม่อยู่  และเขารู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่มีทางแพ้ใครง่าย ๆ  ยกเว้นจงใจยกลูกโป่งให้คนอื่นไปเอง  สำหรับคนที่ภายนอกดูนิ่งสงบเยือกเย็น แต่แท้จริงเป็นพวกเลือดร้อนมือไวอย่างเนอาร์  การที่ต้องมาคอยดูแลลูกโป่งคงสร้างความรำคาญใจให้ไม่ต่างจากที่เขาเป็น

"ฉันไม่ต้องการ"

เสียงของเนอาร์เรียบสนิท ไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิง

เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องตอบว่าอย่างนี้*

"เขี้ยวราตรี"

ดาบสั้นสีดำราวหยดหมึกถูกเรียกออกมาไว้ในมือ  เขี้ยวราตรีเป็นดาบคู่  แต่ในเวลานี้เขาเรียกมันออกมาเพียงเล่มเดียว  เขาไม่ได้จะฆ่าใคร  และการกวัดแกว่งดาบในมือซ้ายขณะที่ข้อมือมีลูกโป่งสวรรค์ผูกอยู่ก็น่ารำคาญเกินทน  เพียงเล่มเดียวก็เพียงพอแล้วกับจุดประสงค์ของเขาในครั้งนี้  เขาชี้ปลายดาบไปที่เนอาร์  ดวงตาสีน้ำเงินวาววาบ ก่อนจะเอ่ยประโยคเดียวกันซ้ำเป็นครั้งที่สาม

"เรียกดาบของคุณออกมาครับคุณเนอาร์"

---------------------------------------------------------------

เสียงดาบฟาดฟันอย่างรวดเร็วขัดกับบรรยากาศสงบเงียบที่มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้โชยอ่อนมากับสายลมแผ่ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายจับดาบเริ่มจู่โจมเนอาร์ก่อน

น้อยครั้งที่เขาเรียกเขี้ยวราตรีออกมาโดยไม่ฆ่าใคร  ในยามที่แรงปะทะจากการโจมตียิ่งรุนแรงและรวดเร็วขึ้นทุกวินาที  เขาต้องคอยสะกดสัญชาตญาณของตัวเอง

อย่าฆ่า

เนอาร์เป็นนักดาบชั้นเลิศอย่างผู้ที่ได้รับการสั่งสอนและผึกฝนมาอย่างดี  ทุกการโจมตีแม่นยำ เฉียบคม ทุกการเคลื่อนไหวไม่มีสูญเปล่า

แต่ดาบของเนอาร์ ไม่ใช่ดาบฆ่าคน

มันคือดาบแห่งศักดิ์ศรีและหน้าที่  ไม่มีความกระหายเลือดในนั้นเลยสักนิด

ต่างจากดาบของเขาอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่อยากให้เนอาร์เห็น...ตัวเองที่เลือดเย็น  ตัวเองที่สามารถฆ่าได้โดยไม่กระพริบตา

แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวเองของเขากำลังพยายามกระชากโซ่สำนึกที่พันธนาการมันไว้ออกมา

สติที่คอยบอกเขาว่าคนที่ฟาดฟันดาบใส่เขาคือเนอาร์คอยรั้งการเคลื่อนไหวของเขาไว้  ในขณะที่สัญชาตญาณกู่ร้องว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สามารถออมมือได้โดยที่ตัวเองไม่บาดเจ็บ

รู้สึกเจ็บแปล็บที่ใบหูที่เขาเบี่ยงหลบปลายดาบไม่พ้น

ข้อมือเขาสะบัดดาบโต้กลับทันควัน  รุกไล่ต่อเนื่องให้อีกฝ่ายทำได้เพียงถอยร่น และตั้งรับ  เนอาร์เปลี่ยนมาจับดาบด้วยมืดทั้งสอง  เหวี่ยงกระแทกการโจมตีของเขาให้สะท้อนกลับ  แล้วอาศัยจังหวะนั้นรุกเข้าแทง  เขายกดาบขึ้นมากันได้ทัน  แต่เบี่ยงคมดาบให้พ้นตัวได้ไม่หมด  แขนเสื้อเขาขาดเป็นทาง  เลือดซึมออกมาช้า ๆ จากบาดแผลยาวบนท่อนแขน  ส่งความรู้สึกแสบร้อนให้แผ่ออกไป

แววตาของเซอร์เซสเข้มขึ้น  เขาใช้นิ้วเกี่ยวด้ามดาบแล้วออกแรงผลักหมุนอย่างชำนาญพลิกวิธีจับให้เป็นแบบกลับด้าน  ชายหนุ่มย่อตัวลงลดจุดศูนย์ถ่วง  ก้าวขาไปข้างหน้าแล้วตรึงแน่นกับพื้นให้มันเป็นจุดหมุน  พลิกลอดเข้าวงในในจังหวะที่เนอาร์แทงดาบออกมา  มือกร้านจากการจับอาวุธนานาชนิดมาแต่เยาว์กุมด้ามเขี้ยวราตรีสบาย ๆ ผลักคมดาบขึ้นไปด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า  เป้าหมายอยู่ที่ลำคอขาว

ไม่!

เสียงตวาดก้องดังขึ้นในหัวจนคมดาบสีราตรีกาลชะงักอยู่ห่างจากลำคอขาวเพียงเส้นผมกั้น

เขามาที่นี่ทำไม

เขาถามตัวเองในยามที่สัญชาตญาณกำลังจะเข้าควบคุม

เซอร์เซสสะท้านจนมือสั่น  ดวงตาฉายแววหวาดหวั่นอย่างเปิดเผย...เขากลัวตัวเอง

ถ้าช้ากว่านี้...

มือที่กุมด้ามดาบไว้คลายออก ปล่อยเขี้ยวราตรีให้ตกลงกระแทกพื้น

เขาทำอะไรลงไป

"คุณ..เนอาร์  ผม..." เสียงแหบแห้งที่หลุดรอดออกจากริมฝีปากฟังราวกับไม่ใช่เสียงของตัวเอง

เสียงลูกโป่งแตกดังขึ้นเมื่อไหร่เขาไม่รู้ ไม่ได้ยิน  ด้วยสติที่เกือบพ่ายแพ้ให้แก่สัญชาตญาณ  เขารู้เพียงว่าเขาคว้าตัวของเนอาร์เข้ามากอดแน่น  เสียงหัวใจถี่แรงด้วยความตระหนกของเขาดังจนกลบทุกประสาทสัมผัส  แม้แต่ความเจ็บปวดจากดาบของเนอาร์ที่บาดเฉือนเข้าที่ต้นคอจากการเคลื่อนไหวที่ไร้เหตุผลของเขาก็ยังเจือจางเหมือนไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

อุณหภูมิของคนในอ้อมแขน  สัญญาณของการมีชีวิต  ความอบอุ่นที่สอดซึมเข้ามาโอบล้อม ประโลมหัวใจให้สงบลง

ความอบอุ่นนี้...

เขาต้องการ  ต้องการเหลือเกิน

มันคงเป็นสัญชาตญาณอีกส่วนของเขา  ที่สั่งให้ประคองศรีษะของเนอาร์ขึ้น บังคับให้ในดวงตาสีน้ำตาลมีแต่ภาพของตัวเขา  ที่สั่งให้เขาโน้มศรีษะเข้าหา  แนบริมฝีปากตัวเองเข้ากับของเนอาร์

กลิ่นดอกไม้หอมอวลขึ้นมาในความรู้สึก  เขาไล้เลียริมฝีปากอันอ่อนนุ่มดุจกลีบดอกไม้ด้วยความกระหาย ไม่ต่างจากภมรที่ดูดกินน้ำหวานเท่าไหร่ก็ไม่พอ  สัมผัสนุ่มชื้นนั้นราวกับยาเสพติดที่หลอกล่อให้เขามัวเมาจนโงหัวไม่ขึ้น  ต้องการมากขึ้น ๆ ทุกวินาที เรียกชื่อเนอาร์ซ้ำ ๆ ชิดริมฝีปาก  ทั้งบังคับ ทั้งอ้อนวอน

เขารู้ตัวว่าตลอดมาตัวเองเอาแต่ใจขนาดไหน  ได้แต่ดึงดัน ยัดเยียดแต่ความต้องการของตัวเองใส่เนอาร์  แต่เขาไม่รู้จะทำยังไงกับความต้องการนี้  จะทำยังไงให้คนคนนี้มีความสุข  ความสุขที่สร้างขึ้นด้วยมือของเขา  เขาเฝ้าคิด  เจ็บปวด ขัดแย้ง กระวนกระวาย  ความรู้สึกมากมายที่ทำให้เขาไม่ต่างจากคนบ้า...ที่สิ้นหวังอย่างมีความสุข

เซอร์เซสผละจากริมฝีปากของเนอาร์อย่างอ้อยอิ่ง  ซบศรีษะลงกับไหล่ของคนตรงหน้า  ชายหนุ่มรู้สึกอ่อนแรง  สมองของเขาขาวโพลน  สองแขนที่รัดเนอาร์แน่นคลายออก  โดยที่สติอันเหลืออยู่เพียงน้อยนิดร่ำร้องต่อต้านว่ายังอยากกอดอีกฝ่ายไว้อีกนาน ๆ ...ต้องบอกขอโทษ

เขาพ่ายแพ้

สติหลุดลอยไป พร้อม ๆ กับร่างกายที่เซล้มลง...

-------------------------------------------------------------------------------------

รู้ตัวอีกทีเซอร์เซสก็นอนมองเพดานห้องพยาบาลอย่างเบลอ ๆ  ชายหนุ่มได้ยินเสียงรูมเมทที่เดินเข้ามาเยี่ยมพอดีบอกว่าเขาเสียเลือดมาก  ยังดีที่รุ่นพี่ปราการปราชญ์คนหนึ่งประถมพยายาลแล้วแบกเขามาห้องพยาบาลได้ทัน  ไม่งั้นคงได้ไปเจอโจทย์เก่ามากมายในนรกก่อนวัยอันควร แว่ว ๆ เหมือนเป็นเสียงจากที่ไกล ๆ

ก่อนที่เขาจะหลับลงด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้ง  เขาคิดถึงเนอาร์  หลังจากนั้นอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้างนะ  คนเข้มแข็งอย่างนั้นคงไม่กลัวเขาขึ้นมาใช่ไหม  คงหัวเราะหยันว่าเขามันแค่นักฆ่าไร้น้ำยาแล้วลืม ๆ มันไป  เขาอยากให้มันเป็นอย่างนั้นเหลือเกิน  จริงสิ  เนอาร์มีคะแนนที่ทำลูกโป่งเขาแตกแล้ว  คงไม่ถูกศาสตราจารย์โรเซ่ลงโทษ  อืม...ดีแล้ว  แค่นั้นก็พอ

เปลือกตาของเซอร์เซสปิดลง  ชายหนุ่มหวังว่าในฝันเขาจะได้พบเจ้าของเส้นผมสีเงินเป็นประกายราวกับจะเปล่งแสงคนนั้น 

...เหมือนในฝันก่อนหน้านี้นับจำนวนไม่ถ้วนของเขา
 
------------------------------------------
 
*(ถ้าเขาเอาเรื่องที่รู้ว่าเนอาร์จะตอบเขายังไงไปแทงพนันได้ เขาคงรวยเละ ไม่ต้องทำมาหากินอย่างอื่นแล้ว)
วงเล็บนี้เคยอยู่ข้างบนตรงที่มีดอกจันค่ะ  แต่เอาออกเพราะมันเบรกอารมณ์เกือบหัวทิ่ม  แต่จะทิ้งก็เสียดาย เอามาแซวเนอาร์เล่นที่ทอล์กนี่ละกัน 555
 
ฟิกนี้เลขสวยมากได้ 1,999 คำพอดีล่ะ  แล้วยังใช้คำว่าสัญชาตญาณไป 6 ครั้ง  เซส...นี่นายเป็นคนหรือสัตว์กันแน่ จริง ๆ แล้วเป็นแค่ปีศาจปลาหมึกลามกเท่านั้นสินะ
 
ต้องขอบคุณท่านเบ็นซ์ผปค.เนอาร์ที่มีลูกน่ารักมากมาย  แถมยังยอมยกให้เซสเอามาลวนลามอีกต่างหาก  บางทีก็ออกจะสงสารเนอาร์อยู่  แต่ว่าการแกล้งเซสมันเป็นเรื่องสนุกที่หยุดไม่ได้น่ะค่ะ  เนอาร์ในฐานะอุปกรณ์กลั้นแกล้งเซสเลยพลอยซวยไปด้วยเท่านั้นเอ๊ง 555
 
 
สรุป 
 
เซอร์เซส บลัดสไตน์ เสียลูกโป่งไปโดยไม่ได้ไปแทงลูกโป่งของคนอื่นเลย
 
เตรียมใส่เตี่ยว ทีแบ็กได้เลยเซสเอ๋ย
 
(...เหมือนจะเห็นเซสทำหน้าเซียวคล้ายจะเป็นลม วะฮะฮาฮ่า)

Comment

Comment:

Tweet

โรเซ่ - ตายแล้วววว แหมมม หนุ่มสาวนี่ดีจริงๆเลยนะจ๊ะ โฮะๆๆๆๆๆ น่ารักมากจ้ะเซอร์เซส แหม บุรุษนี่พ่ายแพ้แก่นารีเสมอเลยนะ โฮะๆ
ศจ.โรเซ่ตรวจแล้วจ้ะ มาเตรียมรับบทลงโทษแสนสนุก(?)ของครูกันนะจ๊ะ โฮะๆๆ

#4 By ♥ MintieZ ; )) ,, on 2012-07-21 10:04

กรี๊ดดดดด ทำไมข้าเพิ่งมาเห็นเอนทรีนี้!!
น่ารักจริงเซส ; w ; /โบกธงFC

#3 By GoMuth on 2012-07-20 23:52

อยากเจอคนเเบบนี้มั่งจัง อิจฉาาาาา อร๊าย~

#2 By Keyhole69 on 2012-07-06 13:09

อ่านกี่ทีก็กรี๊ด อ่านกี่ทีก็เขินแทนเนอาร์ เซสสสสสส T[]T!!!

#1 By Lynx on 2012-06-30 23:34

Instagram